ดูหนังอะไร ตอนไหนดีที่สุด? จัดการนาฬิกาชีวิตของคุณให้มีคุณประโยชน์

ดูหนังออนไลน์ เคยสงสัยมั้ยว่า หนังออนไลน์ฟรี จะเปิด ดูหนังผ่านอินเตอร์เน็ต สักเรื่อง หรืออ่านหนังสือดีๆสักเล่ม ในขณะ เช้าตรู่ สาย บ่าย เที่ยง จะให้ดีควรทำเวลาไหน หนังแนวนี้เหมาะกับช่วงไหน จำเป็นต้องเลือกทำเวลาใดให้เหมาะสมกับสภาพร่างกายแล้วก็สมอง โดยมากแล้วพวกเรามักจะเจอแม้กระนั้นข้อแนะนำว่า ควรทำอะไร หรือควรทำอย่างไร แต่กลับไม่ค่อยมีคนพึงพอใจเรื่องเวลาว่าเราควรจะทำตอนไหน ฟังมองบางทีอาจจะสลับซับซ้อนไปสักหน่อยใช่มั้ยล่ะท่านผู้ชม แต่ยังไงก็ไม่จำเป็นต้องกลุ้มใจดวงใจใป พวกเรามีทริคดีๆเกี่ยวกับ การจัดการนาฬิกาชีวิตให้มีคุณประโยชน์ มาแนะนำทุกคน ลองทำตามนี้ดู ขณะไหนควรทำอะไรเลือกดูหนังแนวใด แล้วจะมีความคิดว่าจิตใจมันแฮปปี้ดีมากจริงๆ

ผลการศึกษาเรียนรู้และค้นคว้ารวมทั้งการวิจัยที่จะทำให้คุณใช้นาฬิกาชีวิตให้มีคุณประโยชน์
งานศึกษาเรียนรู้และค้นคว้าและทำการวิจัยชิ้นใหม่พบว่า ‘เวลาเหมาะสมที่จะทำทุกๆสิ่งทุกๆอย่างขึ้นอยู่กับชีวภาพรวมทั้งฮอร์โมนของเรา’ วิทยาศาสตร์เรียกในตอนที่เหมาะสมนี้ว่า chronobiology หรือ นาฬิกาชีวิต โดย ดร.ไมเคิล บรูส (Dr. Michael Breus) นักจิตวิทยาสถานพยาบาลและก็นายแพทย์ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการนอนหลับจาก American Academy of Sleep Medicine แต่งหนังสือ The Power of When โดยเชื่อว่าการทำงานร่วมกับนาฬิกาธรรมชาติของร่างกายเป็นกุญแจสำคัญที่จะนำมาซึ่งการก่อให้เกิดการบรรลุเป้าหมายสำหรับการทำกิจกรรมต่างๆ

เคยสงสัยไหมว่าเราควรเลือกทำอะไรตอนไหนถึงจะเกิดผลดี
โดยมากแล้วพวกเราชอบเจอแต่ข้อเสนอว่า ควรจะทำอะไร หรือควรทำอย่างไร กลับไม่ค่อยมีคนสนใจเรื่องเวลาว่าเราควรจะทำตอนไหน ซึ่งความเป็นจริงแล้ววิทยาศาสตร์มีคำตอบสำหรับประเด็นนี้ รายละเอียดบางส่วนในหนังสือ The Power of When โดยบอกว่า ในช่วงเวลาที่เหมาะสมที่จะทำทุกสิ่งขึ้นกับชีวภาพและฮอร์โมนของเรา โดยทางวิทยาศาสตร์เรียกเวลาเหมาะสมนี้ว่า chronobiologyหรือ นาฬิกาชีวิต
ดร.ไมเคิล บรูส (Dr. Michael Breus) นักจิตวิทยาสถานพยาบาลและหมอผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการนอนหลับจาก American Academy of Sleep Medicine คนเขียนหนังสือเล่มดังกล่าวข้างต้นมั่นใจว่าการทำงานร่วมกับนาฬิกาธรรมชาติของร่างกายเป็นกุญแจสำคัญที่นำมาซึ่งความสำเร็จสำหรับเพื่อการดำเนินงานต่างๆเขาบอกว่า นาฬิกานี้ถูกฝังอยู่ในสมองของคุณตั้งแต่คุณยังเป็นเด็กทารก ไม่แน่ว่าถ้าหากคุณทดลองยึดรูปแบบนาฬิกาชีวิตตามแบบด้านล่างนี้ ก็บางทีอาจช่วยให้การดำนงชีพของตัวคุณเองราบรื่นได้ไม่น้อย

เวลาที่ดีเยี่ยมที่สุดในการศึกษาสิ่งใหม่ๆ
ดร.ไมเคิล บรูส ระบุว่าช่วงของการศึกษาสิ่งใหม่ๆของคนเราจะมีประสิทธิภาพเยอะที่สุดเมื่ออยู่ในระยะเวลา 10.00-14.00 น. และ 16.00-22.00 น. เนื่องมาจากสมองจะอยู่ในตอนที่พร้อมเปิดรับสิ่งต่างๆเยอะที่สุด
หนังที่เหมาะสมแก่การดูตอนนี้เป็น Sci-Fi Movies (หนังวิทยาศาสตร์) Documentaries (หนังสารคดี) Adventure (หนังแนวเผชิญภัย)
ช่วงเวลาที่ขณะที่ไม่สมควรจะเรียนรู้ หรือขวนขวายอะไรให้เข้ามาในสมองคือตอน 04.00-07.00 น. เพราะตรงเวลาที่สมองพัก หนังที่ไม่เหมาะสมแก่การดูในตอนนี้ War (หนังสงคราม) และก็ Thriller Movies (หนังแนวตื่นเต้น)

เวลาที่เยี่ยมที่สุดสำหรับในการระดมความคิด
โดยมากแล้วคนเราชอบมีความคิดประดิษฐ์น้อยมากในตอนที่พวกเราต้องการมากที่สุด ซึ่งก็คือระยะเวลา 11.00-15.00 น. ซึ่งเป็นช่วงๆเวลาทำงานตามเดิมของคนธรรมดาทั่วไป แต่ว่าดร.บรูส กลับได้มาพบว่าตอนที่ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์จะดำเนินการได้ดิบได้ดีที่สุดกลับกลายขณะที่เราเริ่มรู้สึกเหนื่อย และก็สมองเริ่มเพ้อเจ้อ เพราะเหตุว่าสมองทางด้านซ้ายรวมทั้งด้านขวาจะเชื่อมต่อกันและก็กระตุ้นความคิดใหม่ๆโน่นบางทีอาจเป็นช่วงบ่ายๆรวมทั้งในระยะนี้ยังเหมาะสมแก่การดูหนัง Fantasy (หนังแนวผสมจินตนาการ) และ Musicals Movies (หนังเกี่ยวกับเพลง) ให้สมองทางด้านซ้ายได้โลดแล่นเพิ่มเติมจิตนาการเต็มกำลัง

ตอนที่เยี่ยมที่สุดสำหรับในการพักผ่อนหย่อนใจ
บ่ายวันศุกร์เป็นช่วงเวลาดีๆที่สุดเนื่องด้วยวันศุกร์เป็นวันสุดท้ายของสัปดาห์ซึ่งชอบเป็นวันที่ดำเนินงานได้อย่างไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ แต่คนโดยส่วนใหญ่กลับยิ้มแย้มแจ่มใส เพราะว่าวันพรุ่งจะได้หยุดพักผ่อน ก็เลยเป็นตอนๆในตอนที่สมควรสำหรับเพื่อการจะขออะไรทำอะไร อะไรบางอย่างเพิ่มหรือบางครั้งก็อาจจะขายของก็ย่อมได้ ส่วนวันที่ควรหลีกเลี่ยงมากที่สุดคือเช้าตรู่วันจันทร์ ด้วยเหตุว่าคนส่วนมากจะอยู่ในอารมณ์เครียดแล้วก็รู้สึกไม่ค่อยดีนัก นอกจากนี้ยังเป็นเวลาที่ดีที่สุดสำหรับเพื่อการ ดื่มกาแฟ ประพันธ์นวนิยาย และก็ยังรวมทั้งในขณะที่คุณจะต้องมีเซ็กซ์ และช่วงเวลานี้ยังเหมาะเอ็งการดูหนัง Comedy (หนังตลก) ,Family (หนังครอบครัว) ดูหนังhd ,Animation (หนังการ์ตูน) ,Romance (หนังโรแมนติก) และ Erotic (หนังผู้ใหญ่)

การศึกษาค้นพบฟังก์ชันต่างๆของนาฬิกาชีวิตอาจไม่ได้การันแปลความหมายเสร็จเสมอ แม้กระนั้นมันสำคัญอย่างยิ่งถ้าหากคุณจะต้องทำอะไรสักอย่าง ไม่ว่าจะเป็น การทำงาน หรือเรียนหนังสือ การดูหนัง การพักผ่อนหย่อนใจให้สำเร็จออกมาเหมาะสมที่สุดบนฐานรากของร่างกายที่สอดคล้องต้องกัน อย่าลืมนำทริคดีๆแบบนี้ไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันกันนะคะ

ไอเดียแต่งบ้านสวยปัง จากหนังดังเรื่องโปรด! TO INSPIRE YOUR HOME

หนังออนไลน์ ผู้ใดจะคิดว่า ดูหนังผ่านเน็ต เรื่องโปรดก็สามารถเลิศวิไลไอเดียการตกแต่งบ้านได้ ! หลายคราวที่เราดูหนังจะมองเห็นได้ว่ามีหลายๆเรื่องเลยที่จัดแต่งฉากตามส่วนต่างๆในบ้านได้สวยงามมหาศาล สวยน่าอยู่จนผู้ชมแบบพวกเราอยากจะมีบ้านแบบในหนังอยู่กันเลยล่ะ วันนี้เราเลยจะมาเสนอแนะหนังเรื่องดังเรื่องสนุกที่คุณดูแล้วจะต้องร้องว้าว! ไปกับความงามของการจัดแจงสถานที่ถ่ายทำ ยืนยันว่าดูแล้วผู้คนจำนวนมากจับปิ้งไอเดียการแต่งบ้านตามหนังประเด็นนี้กันเลยล่ะ

1. มารู้จักหนังเรื่อง ล่าข้ามโลกอนาคต (TRON Legacy)
ถ้าหากจะเอ๋ยถึงหนัง Sci-fi วางแบบเยี่ยมสักเรื่อง ยืนยันว่าหนังประเด็นนี้อยู่ในลิสต์แน่นอน TRON: ดูหนังออนไลน์ 2020 Legacy ภาคต่อของ TRON (1982) หนังไซ-ไฟที่โด่งดัง แล้วก็มีอำนาจจากช่วงปี 80 ในยุคนั้น เป็นเรื่องราวของแซม ฟลินน์ ลูกชายของเควิน ฟลินน์ตัวนำจากภาคก่อนที่ถูกดูดเข้าไปในจักรวาลดิจิตัล แล้วก็ได้เจอกับพ่อที่หายตัวไปกว่า 20 ปี ภายในโลกไซเบอร์นี้เองที่ทำให้พวกเราจำเป็นต้องตื่นตาตื่นใจไปกับฉากที่ดีไซน์ให้เหมาะสมมนุษย์ในโลกดิจิตัล ผสมความร่วมยุคกับความล้ำยุคแห่งอนาคต โดยเฉพาะบ้านที่เควิน ฟลินน์สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่กำบังภัย ความคลาสสิกสไตล์ทรอนสะท้อนความจำของฟลินน์เกี่ยวกับความสวยงามในโลกความเป็นจริงของมนุษย์ที่เขานึกถึง ท่ามกลางสเปซที่สงบใจเย็นภายใต้บรรยากาศมัว ข้าวของทุกอย่างล้วนดูเหมือนกับว่าเรืองแสงในตัวเอง ส่วนรูปทรงเรขาคณิตที่เรียบง่าย ผิวสัมผัสมันวาวก็เป็นการสื่อถึงความงามในลักษณะของวิทยาศาสตร์ มองมีความขัดแย้งกับผนังหินหยาบสกัดด้วยมือ แถมด้วยคอลเล็คชั่นเครื่องเรือนในตำนาน สะท้อนรสนิยมชั้นยอดได้เป็นอย่างดี ทั้งสิ้นมองผิดตาในบรรยากาศสุดล้ำ ปฏิเสธไม่ได้ว่าองค์ประกอบกลุ่มนี้ช่วยสร้างแรงจูงใจให้เราต้องการหยิบยืมมาใช้แปลงโฉมบ้านบ้างไม่มากก็น้อย แล้วคุณละเห็นด้วยไหม

2. ฉากงานสถาปัตยกรรมที่สุดยอดจากผู้กำกับคนเก่ง Joseph Kosinski
จากนิยายของคนเขียนคนประเทศอเมริกา ดูหนังออนไลน์ Brian Daley ทรอนแปลงเป็นหนึ่งในหนังที่นักวิพากษ์วิจารณ์บอกความหมายว่า “Cult Film” ซึ่งเป็นที่ชอบใจจนถึงกำเนิดวัฒนธรรมเฉพาะกรุ๊ปขึ้นมา กระทั่งถึงภาคล่าสุดในปี 2010 หากแม้ตัวหนังจะทำเงินได้ไม่มากมายเท่าที่ควร แม้กระนั้นก็สร้างอิมแพคให้กับแวดวงแฟชั่น ดนตรี งานดีไซน์ ไปจนกระทั่งภาคเทคโนโลยี ซึ่งตอบรับการปรากฏที่ไลฟ์สไตล์นี้อย่างทั่วถึง
เบื้องหลังความตระการตาของหนังเรื่องนี้ อาจจะเป็นคนใดกันไปไม่ได้นอกจากผู้กำกับคนเก่ง Joseph Kosinski แม้เขาจะเป็นเจ้าของบริษัททำเว็บไซต์ และชำนิชำนาญสำหรับการกำกับหนังโฆษณามาก่อน แต่ก็ได้รับความไว้ใจจากวอวอลต์ดิสนีย์ให้สร้าง TRON ภาคใหม่ภายใต้ทุนสร้างมากถึง 170 ล้านเหรียญ แล้วก็ด้วยดีกรีด้านสถาปัตยกรรมจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียของเขาผสานกับความช่วยเหลือจากทีมคนเขียนแบบ และนักออกแบบนอกแวดวงภาพยนตร์ พวกเราจึงได้เห็นฉากงานสถาปัตยกรรม การตกแต่งด้านใน ไปจนถึงยานพาหนะสุดแจ๋วที่ได้รับการแปลความออกมาในภาษาของงานวางแบบสุดล้ำอนาคตสไตล์ทรอน

3. ไอเดียวการตกแต่งจากหนังให้ความรู้ความเข้าใจสึกถึงโลกอนาคตที่ทันสมัย
แม้สไตล์ย้อนยุคจะน่าหลงใหล แม้กระนั้นออกแบบของโลกอนาคตก็เจ๋งไม่ใช่เล่น Futuristicเป็นสไตล์การออกแบบที่พวกเรามั่นใจว่าจะเป็นแบบอย่างวิถีชีวิตที่อนาคต เน้นการใช้แบบที่สื่อถึงความเจริญรุ่งเรืองของเทคโนโลยี หรือความทันสมัยที่มนุษย์ใฝ่ฝันแต่ว่ายังเอื้อมไม่ถึงในห้วงอวกาศที่ดำมืดหรือกาแล็กซี่อันไกลโพ้น ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งที่มองไม่นิมัลท่ามกลางสเปซที่เวิ้งว้าง แต่ว่าน่าระทึกใจด้วยเส้นสายโฉบเฉี่ยวลื่นไหล แล้วก็วัตถุเรืองแสงที่ได้แรงผลักดันมาจากยานอวกาศ สร้างสเปซล้ำๆของคุณเองได้อย่างง่ายดายด้วยการใช้วัสดุใกล้ตัวที่เป็นไปได้ ยกตัวอย่างเช่น อุปกรณ์กรุผิวสีขาวแผ่นเรียบแบบไฮกลอส หรือกระจกฝ้าฝังไฟข้างหลังเพื่อมองเรืองแสง เพิ่มเนื้อหาด้วยเส้นสายสีเงินเงา ย้ำสเปซให้โดดเด่นด้วยสีดำของหินธรรมชาติที่มีผิวสัมผัสแข็งกระด้าง เพิ่มเนื้อหาที่เพิ่มกลิ่นอายความเป็นบ้านด้วยของตกแต่ง และเครื่องเรือนสีเงินวับๆหรือคริสตัล ร่วมด้วยส่วนประกอบที่ลดทอนจนมองร่วมสมัยขึ้น อย่างขนคิ้วบัวหรือเครื่องเรือนสไตล์คลาสสิกที่ทำมาจากอะคริลิกใส

เป็นยังไงกันบ้างดูหนังจบแล้วยังได้ความคิดดีๆอีก การดูหนังให้คุณประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด ใช่มั้ยล่ะ ดูหนังเพื่อความบันเทิงกันแล้ว แถมยังได้ความคิดดีๆเป็นแถวทางในการผลิตสรรค์ความสวยงามให้กับที่อยู่ที่อาศัยได้อีกมีแต่คุ้มกับคุ้มจริงๆเลย

เพราะเหตุไร? ฝึกฝนภาษาอังกฤษจากการดูหนังสำเร็จกว่าฝึกฝนจากการอ่านหนังสือ

ดูหนังฟรีออนไลน์ ดูหนังออนไลน์ อยู่บ้านก็สามารถฝึกหัดภาษาอังกฤษสำเร็จกว่า ฝึกฝนจากหนังสือนะ เพราะอะไร รู้มั้ย เวลาเราเรียนหรือฝึกฝนภาษาอังกฤษจากการอ่านหนังสือ พออ่านไปครู่หนึ่งเราก็คงจะรู้สึกเบื่อ แล้วมันจะมีทางไหนที่ทำให้เราศึกษาได้อย่างไม่เบื่อบ้าง หนึ่งในนั้นคือการดูหนังอย่างไรล่ะ การฝึกฝนภาษาอังกฤษจากการดูหนังยอดเยี่ยมในแนวทางที่จะทำให้ภาษาอังกฤษเราเจริญแบบกก้าวกระกระโดด การดูหนัง มันก็สนุกสนานอยู่แล้ว และก็มันจะดีเยี่ยมถ้าหากพวกเราสนุกสนานไปด้วยทำความเข้าใจภาษาอังกฤษไปด้วย และก็นี่เป็นเหตุผล ที่เพราะเหตุไรการฝึกภาษาอังกฤษจากหนัง ถึงสำเร็จกว่า การฝึกหัดจากหนังสือ เหตุผลพวกนั้น มีอะไรบ้าง มาดูกัน

1. เนื่องจากว่าการดูหนังมันสนุกกว่า
การเรียนไปพร้อมๆกับความเพลิดเพลิน ย่อมดีมากยิ่งกว่าศึกษาแบบน่าระอาเสมอ ยิ่งถ้าหากได้ดูหนังที่ชอบแล้วด้วย ประเภทที่แบบจำได้ทุกอารมณ์แล้วก็คำพูด ก็ยิ่งทำความเข้าใจได้เร็ว รวมทั้งทำให้พวกเราจำต้นแบบประโยคได้ว่า อารมณ์แบบงี้ พวกเราเอาคำกล่าวเท่ๆแบบงี้มากล่าวได้นะ การดูหนังที่สนุกสนานรวมทั้งตัวเองถูกใจ จะช่วยให้เราศึกษาได้เร็วขึ้นจริงๆเมื่อเทียบกับการอ่านหนังสือ

2. ได้คำคม/คำบอกเล่านำไปใช้ได้ต่อแบบโก้เก๋ๆแล้วก็นึกออกแน่นอน
หนังหลายๆเรื่องมักจะมีคำคม และก็ให้แง่คิดกับเราเสมอ พวกเราสามารถศึกษาภาษาอังกฤษจากคำคมเหล่านั้นได้ หรือนำคำคมเหล่านั้น มาประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันพวกเราก็ยังได้ ดังเช่นว่า ถ้าใครเคยดูเรื่อง Spider Man และถูกใจประเด็นนี้ อาจไม่มีผู้ใดไม่รู้ คำคมคำนี้ สามารถเอาคำคมนี้ไปใช้พูดขณะที่จำเป็นต้องรับผิดชอบงานอะไรที่มันใหญ่โตได้ ฮ่าๆ
“With great power comes great responsibility”
“อำนาจที่ยิ่งใหญ่ มากับความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่ง”
หรือหนังเรื่อง Fast & Furious 6 ก็ได้ข้อคิดเตือนใจและคำคมมา
“Every man has to have a code”
“เป็นลูกผู้ชายจำเป็นที่จะต้องมีวิธีการ”

3. ภาษาในหนังหมายถึงภาษาที่ใช้ในชีวิตจริง
ในตำราเรียนโดยมาก บางครั้งบางคราวจะพบศัพท์หรือประโยคโบราณๆที่คนยุคนี้เขาพูดน้อยกันแล้ว มักจะเป็นภาษาแบบทางการซะมากกว่า แม้กระนั้นในหนังเป็นภาษาพูดทั่วๆไปที่พวกเรานำไปใช้เลียนแบบพูดต่อในชีวิตได้จริงๆ

4. ได้ทราบความหมายของคำศัพท์ที่ไม่ใช่แค่เฉพาะคำแปล
เวลาเรียนในห้องเรียน อาจารย์ให้การบ้าน แปลคำศัพท์จากหนังสือ เราก็จะได้แต่เพียงแค่คำแปล แต่พวกเราจะนึกไม่ค่อยออกว่า เราจะใช้ประโยชน์ไหน ใช้ยังไง แต่ว่าถ้าหากในหนัง หนังใหม่ 2020 พวกเราจะทราบถึงบริบทของคำนั้นๆทราบดีว่าใช้คำนั้นยังไง และก็ใช้เมื่อไหร ยิ่งถ้าดูหนังแนวเดิมๆเป็นประจำอย่างเช่นหนังแนวสอบสวน ก็จะรู้คำศัพท์ และบริบทของคำนั้นๆมากยิ่งขึ้นด้วย เช่น ถ้าหากเราเพิ่งจะรู้คำศัพท์ใหม่แบบที่ไม่เคยทราบมาก่อน อย่างคำว่า Detective ที่หมายความว่า นักสืบ ร้อยทั้งเก้าสิบเก้าจุดเก้าๆพอเพียงเปิดดิกเสร็จ รู้ความหมายละ แต่ไม่เคยได้ใช้เลย ประเดี๋ยวก็ลืมคำศัพท์คำนี้ แม้กระนั้นถ้าเกิดเป็นหนังนะ ดูหนังสองสามเรื่องเกี่ยวกับสืบสวนก็เพียงพอจะรู้และเข้าใจดีแล้ว Detective แสดงว่าอะไร เราสามารถใช้ได้หลายรูปแบบ ทั้งยังใช้นำหน้าชื่อได้ เป็นต้นว่า Detective Loki จากหนังที่เหมาะสมที่สุดเกี่ยวกับประเด็นการลักพาตัวเด็กอย่างหนังเรื่อว Prisoners หรืออาจจะใช้เป็นคำนามบอกอาชีพก็ได้ เช่น He’s a detective
และสิ่งที่สำคัญเลย คือทราบดีว่า เว้นเสียแต่รู้ว่า Detective แปลว่าอะไรแล้ว ยังรู้ดีว่าทำอะไรบ้างอีก ดังเช่นยอดเยี่ยมหนังเรื่อง Seven ที่ กางรดพิทและมอร์แกนฟรีแมนแสดงเป็นนักสืบ พูดได้ว่า ยิงปืนนัดหมายเดียว ได้นกสองตัว (Killing two birds with one stone.) อย่างงี้หนังสือทำไม่ได้นะอิอิ

5. ดูหนังได้อารมณ์มากมายว่าอ่านหนังสือเป็นไหนๆ
มีคนบอกว่า อารมณ์ของใจความที่เราได้ยินนั้น 30% มาจากศัพท์หรือใจความที่เราใช้ แม้กระนั้นอีก 70% ที่เหลือคือ มาจากบริบทต่างๆของผู้พูดเป็นต้นว่า พูดยังไง ยิ้มไหม น้ำเสียงคืออะไร เสียงดังหรือไม่ สิ่งกลุ่มนี้ไม่สามารถบอกได้ด้วยตำรับตำราเรียน อย่างไรก็ดี ไม่ได้แสดงว่าการการฝึกหัดภาษาอังกฤษจากการอ่านหนังสือไม่ดี ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนมีจุดเด่นของมันหมด แต่ว่าการฝึกภาษาอังกฤษจากการดูหนัง ดูหนังออนไลน์ soundtrack นั้น ช่วยในเรื่องการฟังได้มาก พอเพียงฟังได้แล้วการพูดก็จะตามมา เพราะเราเลียนแบบจากการฟัง เสมือนเด็กนั่นแหละครับผมที่ฟังก่อน ค่อยพูดเป็น นี่คือรากฐานสำคัญ แต่ว่าสิ่งที่จำเป็นสูงที่สุดเลยคือ ความตั้งใจและความสม่ำเสมอ แรกๆบางครั้งก็อาจจะยาก แต่ว่าเชื่อเถอะ วันใดวันหนึ่งนึง คุณจะฟังแล้วแทบไม่ต้องประเมินผลอะไรเลย ดังนั้น มาเริ่มดูหนัง Soundtrack กันดีกว่าเนอะ ถ้าหากคนไหนยังไม่เคยทราบว่า เพราะอะไรเราควรดูหนัง เสียง soundtrack มากมายเสียงบรรยายไทย

5 ผลดีดีๆที่คุณจะได้รับจากการ ดูหนังผ่านอินเตอร์เน็ต

ดูหนังออนไลน์ฟรี การ ดูหนังผ่านเน็ต นั้นถือเป็นกิจกรรมยอดนิยมของพวกเราในทศวรรษนี้เลยก็ว่าได้ ด้วยความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีแล้วก็อินเทอร์เน็ตที่เร็วแรงในขณะนี้ ทำให้เราสามารถดูหนังผ่านอินเตอร์เน็ตอยู่ที่บ้านได้แบบลื่นสุดไม่สะดุดทุกการรับชม และการดูหนังนอกจากจะทำให้เราได้รับความสนุกสนานร่าเริงเพลินใจแล้ว ยังมีประโยชน์มากว่าที่พวกเราคิด เนื่องจากว่าหนังนั้นผลิตขึ้นมาจากจินตนาการ ประสบการณ์ และก็เรื่อจริงที่อาจเคยเกิดขึ้น และถ่ายทอดผ่านแผ่นฟิล์มเพื่อที่จะได้ให้พวกเราได้รับทราบถึงเรื่องราวนั้นๆเรามาดูกันดีกว่า ว่าการดูหนังนั้น มีประโยชน์ทางด้านไหนบ้าง

1. เป็นกิจกรรมที่เยี่ยมที่สุดของสหายและก็คู่ครอง
การดูหนังออนไลน์ร่วมกันถือเป็นกิจกรรมเล็กๆได้รับความนิยมมากๆในหมู่คู่แต่งงานและเพื่อนเกลอในทางของการได้ใช้เวลาด้วยกัน เนื่องจากว่าการดูหนังจะสามารถสร้างช่วงเวลาที่เพื่อนฝูงและคู่ควงได้ผ่อนคลายแล้วก็อยู่ร่วมกัน ได้เสวนากัน แล้วก็เป็นการกระชับความเกี่ยวเนื่องระหว่างกันให้ดีขึ้นได้

2. ได้รับประสบการณ์ใหม่ๆและแง่คิดดีๆ
การดูหนังถือเป็นการศึกษาอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งเราสามารถเรียนรู้การใช้ภาษา วัฒนธรรม หนังออนไลน์ แล้วก็ได้รับประสบการณ์ใหม่ๆผ่านการดูหนัง หนังบางประเด็นนั้นผลิตจากความจริง ประสบการณ์จริงที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ก็เลยทำให้เราสามารถศึกษาประวัติศาสตร์ผ่านการดูหนังได้อีกด้วย

3. สร้างแรงผลักดันได้ไม่รู้จบ
หนังหลายๆเรื่องสร้างขึ้นมาเพื่อสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ชม และมีหลายๆเรื่องที่สอดแทรกสาระ รวมทั้งข้อคิดดีๆซึ่งการดูหนังสามารถสร้างแรงจูงใจให้กับผู้ชมได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการใช้ชีวิต การเดินทางท่องเที่ยว เรื่องความรัก และก็ฯลฯที่พวกเราไม่สามารถหาจากที่ไหนได้

4. เป็นกิจกรรมฆ่าเวลาที่สร้างสรรค์
คนไหนที่อยู่บ้านเบื่อๆต้องการฆ่าเวลา มักจะหาหนังออนไลน์มาดูทั้งนั้น การดูหนังถือเป็นกิจกรรมฆ่าเวลาที่สร้างสรรค์ที่คุณสามารถศึกษาเรื่องราวต่างๆได้ในเวลาเดียวกัน การดูหนังไไม่ใช่เรื่องไร้สาระ เว็บดูหนังฟรี ถ้าหากคุณจัดสรรเวลาได้เป็นอย่างดี และการดูหนังจะเป็นกิจกรรมสุดโปรดที่มีคุณประโยชน์และเหมาะกับการศึกษามากมายๆแม้คุณใช้เวลาไปกับการดูหนังที่สร้างสรรค์

5. สร้างความสนุกสนานร่าเริง ลดความเคร่งเครียด
แน่ๆว่าคุณประโยชน์ที่ได้รับมาจากการดูหนังนั้นคือการได้รับความรื่นเริงใจ ความสนุกสนานร่าเริง รวมทั้งการดูหนังนั้นยังช่วยลดและผ่อนคลายความเคร่งเคลียดได้อย่างดีเยี่ยม วงการภาพยนตร์ มีหนังที่ช่วยทำให้คุณได้เครียดน้อยลงเยอะมากให้เลือก ก็เลยไม่น่าประหลาดใจว่าเพราะอะไรการดูหนังก็เลยเป็นกิจกรรมสุดโปรดของใครๆคนไม่ใช่น้อย

จะเห็นได้ว่าการดูหนังนั้นมิได้มีโทษอะไร ถ้าหากคุณจัดสรรเวลาอย่างมีคุณประโยชน์ และก็การดูหนังจะมีผลให้คุณได้ทำความเข้าใจ เปิดโลกทัศน์ใหม่ๆเปิดประสบการณ์ใหม่ๆได้อย่างไม่รู้จบทราบสิ้นเลยล่ะ

11 หนังที่ให้แง่คิดศึกษาค้นพบความหมายของชีวิต เพื่อพ้นความทุกข์ทรมานที่ช่วง

ดูหนังออนไลน์ คนใดกันแน่กำลังหา ดูหนังผ่านเน็ต ที่ให้แง่คิดของชีวิต ในช่วงกักตัวจากเชื้อไวรัสวัววิดแบบงี้ ต้องตามมาทางนี้ เพราะเหตุว่าพวกเราจะมาชักชวนทุกคนดูหนังที่ให้แง่คิดค้นพบความหมายของชีวิต หลายท่านบางทีอาจจะเคยได้ฟังคำกล่าวสำนักงานดูหนังดีๆสักเรื่อง สามารถทำให้วิญญาณของเราสะอาดขึ้น ด้วยเหตุดังกล่าว หลายๆครั้งการเล่าเรียนถึงวิถีทางของการแก้ปัญหาชีวิต พวกเราสามารถใช้บทเรียนบางสิ่งบางอย่างที่อยู่ในหนังมาประยุกต์ใช้กับตัวเองได้ และในท้ายที่สุด ถึงแม้เวลาเพียงสองชั่วโมงกับหนังสักเรื่องบางทีก็อาจจะช่วยเหลืออะไรเราไม่ได้ก็ตาม แต่อย่างต่ำเราก็มั่นใจว่าช่วงเวลาของหนังที่มีมุมมองด้านบวกสักประเด็นนั้นตั้งแต่เริ่มฉายจนถึงตอนสุดท้าย จิตใจของเรากำลังถูกปลอบโยนทีละน้อยๆไปในตัว อย่างแน่นอน

1. The Martian (2015) เดอะ มาร์เชียน กู้ตาย 140 ล้านไมล์
ภายใต้แรงกดดันที่เกิดขึ้นในชีวิตของ มาร์ก วัตนีย์ หนึ่งในกลุ่มนักบินอวกาศขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาตินั้นอาจจะไม่มีใครเอาจริงเอาจังเท่าอีกแล้ว นั่นคือการที่เขาต้องหาทางเอาชีวิตรอดให้ได้บนดาวอังคารเพียงผู้เดียว และก็แง่คิดสำคัญของหนังประเด็นนี้อยู่ที่ตัวมาร์กบอกกับทุกคนว่า “ณ จุดใดจุดหนึ่ง ทุกๆอย่างจะล้มเหลวใส่คุณ ทุกๆอย่างจะบกพร่องจนกระทั่งคุณพูดว่า นี่แหละ นี่คือจุดสิ้นสุดของฉัน ขึ้นอยู่กับว่าคุณจะยอมแพ้หรือจะลุกขึ้นยืนสู้ คุณแค่เริ่ม คิดคำนวณ ขจัดปัญหาแรกให้ได้ แล้วค่อยแก้ปัญหาต่อไป แล้วหลังจากนั้นก็ถัดไป เมื่อคุณไขปัญหาได้มากพอ ในที่สุดคุณจะได้กลับบ้าน”

2. Love Letter (1995) ถามรักจากสายลม
ภาพยนตร์ที่ใช้บรรยากาศของหน้าหนาวที่มีหิมะตกหนักมาเป็นตัวแทนของความเปลี่ยวใจในใจของ ฮิโรโกะ วาตาที่นาเบะ รวมทั้งความเจ็บนั้นก็ถูกเยียวยาโดยสิ่งที่ไม่คาดคิด สิ่งนั้นเป็นจดหมายตอบกลับที่คุณลองเขียนถึงสามีของตัวเองที่เพิ่งเสียชีวิตไปจากอุบัติเหตุ โดยส่งมาจาก อิตสึกิ ฟูจิอิ ผู้หญิงที่ชื่อและชื่อสกุลเช่นเดียวกับชายคนรักของเธอโดยบังเอิญ เมื่อหญิงสาวทั้งสองที่หน้าตาเช่นกันราวกับแฝดได้มาพบกัน ความลับในสมัยก่อนที่หลบอยู่ในห้องสมุดของโรงเรียนมัธยมที่ฝ่ายชายเคยเรียนก็ค่อยๆถูกคลี่คลาย ฮิโรโกะก็ได้พบกับการก้าวผ่านความเจ็บปวดของชีวิต ส่วนอิตสึกิ (หญิง) ก็เจอกับความอบอุ่นในชีวิตราวกับแสงตะวันจากฤดูใบไม้ผลิ

3. The PURSUIT of HAPPYNESS (2006) ยิ้มไว้ก่อนพ่อสอนไว้
ภาพยนตร์ชี้แจงชีวิตจริงของ คริสโตเฟอร์ การ์ดเนอร์ มหาเศรษฐีพันล้าน ซึ่งก่อนจะมาถึงจุดนี้ได้ต้องฝ่าฟันขวากหนามล้นหลามที่ต่างมารุมกระตุ้นเขาจนถึงกับต้องไปใช้ชีวิตอยู่ในห้องน้ำสาธารณะกับลูกชายซึ่งเป็นเหมือนความสำราญเดียวในชีวิตของเขา ก่อนที่จะสิ่งนั้นจะเป็นคติสอนใจว่า แม้ว่าจะทุกข์ใจขนาดไหนก็ตาม แต่แม้พวกเรามองหาความสำราญที่แอบหลบอยู่ในมุมมืดได้ สิ่งนั้นจะเป็นเหมือนแสงดวงจันทร์กลมโตที่ทำให้ท่านอบอุ่นในช่วงเวลากลางคืนอันมืดมากอย่างสิ้นสงสัย

4. Eternal Sunshine of the Spotless Mind (2004) ลบเธอ…ให้ไม่ลืมเลือน
ถ้าพวกเราลืมความเจ็บปวดได้ คงดีไม่น้อย แต่ในชีวิตจริงไม่มีใครลืมได้จริง กระทั่ง โจเอล บาริช ชายที่ลบความทรงจำที่มีด้วยกันกับแฟนสาวคนเก่าที่เขาเคยรัก แต่ถ้าว่าเมื่อเขารู้สึกตัวอีกที ก็พบว่าความทรงจำนั้น ทำให้เขาได้ทำความเข้าใจถึงความหมายของชีวิตสมรส และความเจ็บปวดไม่ใช่จุดสิ้นสุดของความเกี่ยวเนื่อง แถมยังสามารถทำให้ทั้งคู่แก้ไขกันและกัน และก็เติบโตในความเกี่ยวข้องต่อไปได้

5. 50/50 (2011) ฟิฟตี้ ฟิฟตี้ ไม่ตายก็รอดวะ
ภาพยนตร์ขึ้นหิ้งสายดราม่าน้ำตาซึม ที่บอกเล่าเรื่องราวของอดัม ผู้ชายผู้ใช้ชีวิตหายใจทิ้งไปวันๆเนี่องจากเขาเป็นโรคมะเร็งก็เลยไร้ซึ่งสิ่งจูงใจใดๆในการมีชีวิตต่อ ทำให้ไคล์ คู่หูคู่กาย เริ่มเชิญเขาไปทำอะไรสนุกๆบ้าบิ่นสารพัน ก่อนที่จะโน่นจะเปลี่ยนเป็นข้อคิดเตือนใจสำคัญว่า ท้ายที่สุดแล้วมนุษย์เราเกิดมาคราวหนึ่งในชีวิตจะมานั่งเศร้าใจไปทำไม การออกไปใช้ชีวิตให้สนุกสุดเหวี่ยงตามใจฉัน คงจะหมายความว่าคำว่าชีวิตได้ดีมากยิ่งกว่าการนั่งถอนหายใจคอยความตายอย่างแน่แท้

6. ดูหนังออนไลน์ 2020 The Secret ดูหนังออนไลน์ Life of Walter Mitty (2013) ชีวิตพิศวงของ วอลเตอร์ ไม่ตตี้
ด้วยเหตุว่าบางโอกาสคุณอาจจะทุกข์ใจอยู่ แค่คุณอาจจะยังไม่รู้ตัวเพียงเท่านั้น ภาพยนตร์หัวข้อนี้ก็เลยเป็นตัวอย่างของความทุกข์ใจที่ไม่มีเสียงซึ่งแสดงออกมาได้เป็นอย่างดี รวมทั้งนี่คือเรื่องราวของ วอลเตอร์ ไม่ตตี้ หนุ่มพนักงานสถานที่ทำงานผู้ใช้ชีวิตไปวันๆก่อนที่จะเขาจะได้โอกาสได้เดินทางไปยังดินแดนอันเหน็บหนาว เหงา แล้วก็สงัดเงียบ จนกว่าเมื่อเขากลับมายืนที่เดิม ก็พบว่าแท้จริงแล้วสิ่งที่เขาเคยมีความคิดว่าพึงพอใจ กลับเป็นความทุกข์ใจที่เขาก้มหน้ายอมรับได้แล้วต่างหาก

7. The Notebook (2004) รักเธอหมดใจ ขีดไว้ให้โลกจารึก
เรื่องราวของสองวัยรุ่น โนอาห์แล้วก็อัลลี ที่ได้หลงเสน่ห์กันอย่างหมดหัวใจ กลับจะต้องถูกใจแบ่งเรื่องชนชั้นมาเป็นปัญหาที่สำคัญต่อความรัก กระทั่งทำให้ทั้งคู่ต้องแยกจากกัน ก่อนที่ต่อมาทั้งสองได้กลับมาเจอกันอีกรอบ ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้บอกให้พวกเรารู้เรื่องว่า ในที่สุดแล้วความรักในแบบที่ไม่หวังผลตอบแทน เป็นทางออกที่เยี่ยมที่สุดสำหรับความทุกข์ทรมานที่ไม่กระจ่าง ซึ่งหลายท่านมักเรียกว่า ‘ความคาดหมาย’ (จากความรัก)

8. The Perks of Being a Wallflower (2012) วัยป่วนปั่นหัวใจปึ้ก
นี่อาจเป็นภาพยนตร์วัยรุ่นที่เรื่องความทุกข์ใจสะดุดใจรวมทั้งเตะตาพวกเราเยอะที่สุด เมื่อวันหนึ่ง ชาลี เด็กวัยหนุ่มขวยเขินที่มีปัญหาการเข้าสังคมได้เจอกับแซมแล้วก็แพทริก เพื่อนพ้องกลุ่มแรกในชีวิตที่รอช่วยเหลือเขา ทำให้เกิดอาการชาลีกลายมาเป็นเด็กที่มีชีวิตชีวาอีกที เด็กวัยรุ่นทั้งหลายทำให้พวกเราทราบว่า ไม่ว่าใครจะเจอกับปัญหาที่เจ็บแบบไหน หากมีใครบางคนรอยอมรับฟังและอยู่ดูแลหัวใจในตอนที่ห่อเหี่ยว เป็นช่องทางหลักที่ไม่ต้องนั่งขจัดปัญหาเพียงลำพังให้ทรมาทรกรรมจนเกินรับไหว

9. Begin Again (2013) เพราะว่ารัก เป็นเพลงรัก
หนังประเด็นนี้แสดงถึงภาพของคนวัยหนุ่มวัยสาวในช่วงปัจจุบันที่กำลังพบกับทางเท้าในชีวิตที่ส่องสว่างราวกับแสงสว่างของดวงสาว ก็แค่ดาวคู่นี้มีดวงหนึ่งที่แสงเบาๆริบรี่ลงด้วยเหตุว่าเรื่องของความข้องเกี่ยว รวมทั้งผู้ชายวัยกลางคนซึ่งไม่มีความต่างกับดาวฤกษ์ที่แสงในตัวนั้นได้ดับลงไปแล้ว เมื่อดวงดาวสองดวงโคจรมาพบกันก็เลยเปลี่ยนเป็นแรงที่อุดหนุนกันและช่วยทำให้แสงสว่างที่ชีวิตของแต่ละข้างกลับมาส่งประกายได้อีกรอบ หากแม้ในหนังจะมีเพลงซึ้งๆถูกใจอย่าง Lost Stars แต่เพลงที่ทำให้พวกเราปล่อยวางในเรื่องของความเชื่อมโยงได้ก็คือ A Step You Can’t Take Back

10. INSIDE OUT (2015) มหัศจรรย์อารมณ์ปั่นป่วน
ศึกษา เห็นด้วย เติบโต พวกเรามอบสามคำนี้ให้กับภาพยนตร์แอนิเมชันหัวข้อนี้ แม้ว่าเบื้องต้นจะมองเหมาะกับเด็กๆในเรื่องเกี่ยวกับการรู้เท่าทันรวมทั้งจัดแจงกับอารมณ์ตัวเอง แต่ว่าสำหรับคนแก่ที่ผ่านร้อนหนาวของชีวิตมาก่อน ไม่ใช่แค่เข้าใจ แต่ว่าสามารถปลอบประโลมใจในวันที่บางอารมณ์เศร้าใจ หรือปล่อยวางในบางอารมณ์ที่กำลังเดือดพล่านได้ ภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้สอน แต่ว่าดึงและก็เค้นประสบการณ์ร่วม ก่อนจะสะท้อนกลับมาสู่จิตใจ ให้ทำหน้าที่คัดกรองแล้วก็แปลความอีกที

11. Anomalisa (2016) ‘คนอื่นๆ’ ที่ต่างกันเช่นกัน
มนุษย์เป็นยังไง ความเจ็บปวดเป็นอย่างไร การมีชีวิตเป็นอย่างไร แล้วก็เวลาเรามีจำกัด นั่นคือสิ่งที่พวกเราลืม ประโยคต้นๆจากแบบอย่างภาพยนตร์แอนิเมชันหัวข้อนี้ที่เชื้อเชิญให้พวกเราติดตามตัวเอกอย่าง ไมเคิล สโตน ที่พบกับวิกฤตกลางคนไปกระทั่งจบ ผู้ชายที่บากบั่นดิ้นรนค้นหาความสุขภายใต้หน้ากาก เราตามติดว่าท้ายสุดแล้วเขาจะพบกับความสำราญที่เรียกว่าอะไร ความรัก งานการ หรือครอบครัว พวกเราไม่บอก แต่ว่าแค่ทราบดีว่าการไม่หลอกตัวเองและก็เห็นด้วยให้ได้คงจะเป็นยารักษาจิตใจที่ดีที่สุดแล้ว